ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ กพ. 2557
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

แนวข้อสอบภาษาอังกฤษ กพ. 2557



แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
1.   Grammar
Direction: Choose the best answer
1.        I had no sooner closed the door ….. somebody started knocking on it.
            a.     that                                                                                     b.    so
            c.     than                                                                                    d.    when
        Answer  c.  เราใช้คำเชื่อม (Conjunction) “no sooner …… than”  ดังนั้นเมื่อมีคำว่า “no sooner…….”       จึงต้องใช้  “than”  คำตอบจึงเป็นข้อ  c.  เท่านั้น
2.        “I don’t like science fiction.”
            “ ……….. do I.”
            a.     Also                                                                                   b.    Either
            c.     Both                                                                                   d.    Nor
            Answer  c.  การกล่าวปฏิเสธเมื่อจะต้องกล่าวซ้ำอีกในประโยคที่ผ่านมาแล้วว่าจะไม่เป็นหรือไม่ทำเช่นนี้ เช่นนั้นอีก เราใช้โครงสร้างที่เป็น  Nor, Neither + กริยาช่วย + ประธาน เช่น  Nor do I.   หรือ Nor do I. หรือ    Neither did he.  ตัวเลือกจึงเป็นข้อ  d.
3.       Either of the women ………capable of looking after the baby.
            a.     are                                                                                      b.    is
            c.     they are                                                                             d.    she is
        Answer b.  การใช้  “Either”  เมื่อใช้ร่วมกับคำนาม (Noun)  หรือคำสรรพนาม (Pronoun)  ที่จะเป็นประธาน (Subject)  จะทำให้มีรูปเป็นเอกพจน์ (ศึกษาจาก  Grammar  เรื่อง  Agreement of Subject and Verb)  ทำให้ในข้อนี้จะต้องมีกริยาเป็นรูปเอกพจน์ จึงเลือกข้อ  b.
4.        Hurry up ! ……… for you.
            a.     We all wait                                                                      b.    We all waited
            c.     We’ve all waited                                                            d.    We’ re all waiting
        Answer  d.  การใช้ข้อความอุทานมักจะบอกให้รู้ว่า ข้อความที่จะตามมาจะเป็นการเน้นให้เห็น Tense  ที่จะได้ใช้เป็น  Present Continuous Tense  เป็นส่วนใหญ่ (ศึกษาจาก  Tense   เรื่อง Present Continuous Tense  คำตอบจึงเป็นข้อ  d.
5.        She’s a very selfish woman, but somehow you can’t help …….her.
            a.     liking                                                                                 b.    like
            c.     to like                                                                                d.    that likes
            Answer  a.  เราใช้กริยา “can’t help”  เพื่อเป็นสำนวนที่แปลว่า  “อดไม่ได้ที่จะ”ซึ่งทำให้ต้องเป็นกริยาที่จะมีกรรมมารับ  (transitive Verb)  ตามมา จึงต้องใช้คำนามหรือ  V.ing   ทำให้ตัวเลือกจึงเป็นข้อ  a.
6.       Let’s have dinner together ………next week.
            a.     some time                                                                        b.    sometime
            c.     sometimes                                                                        d.    some times
            Answer a.   เราทราบว่า  “time”  หมายถึงเวลา แต่  “times”  หมายถึง จำนวนครั้งในที่นี้จะต้องแปลว่า “เวลา” และจะหมายถึงบางเวลา จึงไม่ได้คำขยาย  “some” เขียนติดกัน ตัวเลือกจึงเป็นข้อ a.
7.        The soup tasted ……….
            a.     wonderful                                                                        b.    wonderfully
            c.     wonder                                                                              d.    wondering
            Answer  a.  เราใช้กริยาเชื่อม  (linking Verb)  ที่จะมีคำขยายเป็น Adjective เท่านั้น เว้นแต่ว่า linking Verb นี้ ได้ให้ความหมายที่เด่นชัดหรือมีการเน้นเพื่อจะเป็นกริยาหลัก  (Main Verb)  จึงจะใช้ adverb  มาขยาย ดังนั้น linking Verb  โดยปกติจะใช้  Adjective มาขยายเท่านั้น ตัวเลือกที่เหมาะสมในที่นี้จึงเป็น Adjective  คือข้อ  a.
8.       Shall we turn  ……… the program ?
            a.     on to                                                                                  b.    at
            c.     in                                                                                        d.    off
            Answer d.   เราใช้สำนวน   “turn off”  หมายถึง ปิด เช่น ปิดโทรทัศน์, ปิดวิทยุ และใช้  “turn on”  หมายถึง เปิด ดังวิธีการเปิดที่กล่าวมาแล้ว เช่น เปิดวิทยุ, เปิดโทรทัศน์ และในข้อนี้จะมีข้อ  d.  เหมาะสมที่สุด
9.        It is extremely important for children ……. to share things.
            a.     learning                                                                            b.    learned
            c.     to learn                                                                              d.    be learning
            Answer  c.   เราใช้คำที่เติมนี้นำไปขยาย “important”  ให้รู้ว่าสำคัญอย่างไร คือ สำคัญที่จะเรียน ทำให้คำที่เติมจะต้องไปขยาย  “important”  ซึ่งเป็นคำ Adjective  และเราทราบว่า  “adverb” จะขยาย “Adjective”  เราเห็นกริยา  “is”  เป็นกริยาช่วย ที่ใช้ทำหน้าที่เป็นกริยาแท้แล้วทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นกริยาไม่แท้   (Non-Finite Verb)  ซึ่งถ้านำไปใช้เป็น  adverb  ก็จะได้แก่ “important”  และขยาย Adjective “important”  ที่ให้ความหมายเด่นชัด จึงต้องมี      “to”  มาคั่น คำตอบจึงเป็น  “to learn”  ที่ข้อ  c. นั่นเอง
10.     Don’t come and see me today.  I’d rather you …….tomorrow.
            a.     will come                                                                         b.    have come
            c.     came                                                                                  d.    come
            Answer c.   เราใช้กริยาช่วย    “would rather”  เพื่อบอกถึงความไม่จริงในขณะที่พูด เพราะเราแปลว่า “อยากที่จะ”  ก็จะหมายถึงไม่ได้เป็นอย่างนั้นในขณะที่พูดนั้น ข้อความที่ได้แสดงว่าจะไม่จริง จึงไม่มีโอกาสใช้  Present Tense  เลย เพราะ   Tense  นี้จะต้องเป็นความจริงในปัจจุบันอีกด้วย ทำให้ข้อความที่จะเติมถ้าเป็น   Tense  ก็ต้องเป็น  Past Tense  อย่างเห็นได้ชัด เราใช้โครงสร้างแบบ  Subjunctive  ที่เป็น  Past หรือ  Past Perfect Subjunctive  นั่นเอง  ตัวเลือกจึงพิจารณาที่ข้อ  c.  เท่านั้น
แบบที่ 2 แบบเลือกข้อผิด
Direction: Choose the one that is not correct in English.
11.      In such a selfish society  as ours,  a couple needs to study each other before committing.
                    a.                           b.                 c.   Themselves to marriage.     d.
        Answer b.  เราทราบว่าประธานในประโยคนี้คือ  “a couple”  ซึ่งหมายถึง  “คู่” จะให้ความหมายที่เป็นพหูพจน์ จึงทำให้กริยาที่ตามมาจะเป็นรูปพหูพจน์ไปด้วย โดยที่  “needs” จะต้องไม่เติม “ s ” นั่นคือข้อ “ b”  แก้เป็น   “need”
12.      John, had studied his lecture notes thoroughly, was well prepared for the Physics exam.
            a.                           b.                                 c.                                        d.
            Answer a.  ในประโยคนี้จะมีกริยาแท้  (K2)  และ K1 (Subject) เพียงอย่างละคำเราจะทราบว่ากริยาแท้เมื่อตามหลังประธานจะไม่มีเครื่องหมาย Comma คั่นโดยตรง เราจึงใช้เป็นส่วนขยาย ซึ่งในที่นี้จะเป็น   Participial phrase คือ “Having studied”  ทำให้ข้อ a.  ต้องแก้เป็นดังที่กล่าวไว้แล้ว
13.     She was thirsty,  so, she refused to drink  any soft drink.
                    a.                          b.                                c.                                                  d.
            Answer b.  ในประโยคนี้จะแสดงความขัดแย้งของ 2 main clause ทั้ง main clause หน้า และ main clause   หลัง เราจึงควรใช้  “but” แทนคำว่า  “so”  ในข้อ  b.
14.      American architecture is at is best when it concerns with buildings  which have a practical purpose.
                    a.                         b.                                c.                                        d.
        Answer b.  เราทราบใน  clause หลังว่าน่าจะใช้เป็น  Passive Voice  เพราะประธาน “ it ”  จะต้องเป็นผู้กระทำ จึงต้องแก้ไขในข้อ b.  เป็น  “is concerned with”
15.      The ones who have read the book know the answer, but another don’t.
                   a                         b.                                 c.                                      d.
            Answer d.

  เราใช้  “the ones”  กับ  “the others” เพื่อบอกว่าอย่างหนึ่งหรือคนพวกหนึ่งเป็นอย่างไร      แต่อีกจำนวนหนึ่งซึ่งควรจะชี้เฉพาะในกลุ่มที่เรากล่าวมาแล้วในส่วนแรก “the ones”  จึงทำให้ในส่วนหลังจะต้องเป็น “the others” เพื่อชี้เฉพาะในเรื่องนั้น และเป็นรูปพหูพจน์อีกด้วย จึงเลือกข้อ  d.  โดยแท้เป็น “the others”

รูปภาพ: 1012.jpg
จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบรับราชการ   099-329-3444 Line: 0993293444
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้